แนวโน้มและความเคลื่อนไหวของทองคำ

avatar
· Views 1,037

สำหรับสินทรัพย์ที่น่าจับตามองในตอนนี้อย่างทองคำที่ราคามีการพุ่งขึ้นแบบต่อเนื่อง ซึ่งมีสาเหตุมาจากหลายปัจจัยที่ส่งผลกระทบทั้งโดยตรงและทางอ้อม เช่นภาวะเศรษฐกิจโลก นโยบายของประเทศมหาอำนาจ หรือแม้แต่การเมืองของประเทศมหาอำนาจ ล้วนแต่สร้างแรงจูงใจให้นักลงทุนยอมเสี่ยงลงทุนกับทองคำมากขึ้น โดยมีรายละเอียดแนวโน้มและความเคลื่อนไหวที่ผ่านมาดังนี้

การปรับตัวที่สูงขึ้น

ราคาของทองคำได้มีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะในปี 2567 ที่ราคาทองคำในประเทศปรับขึ้นกว่า 8,900 บาทต่อบาททองคำ ซึ่งถือเป็นการปรับขึ้นที่สูงกว่าปี 2566 ถึง 2 เท่า

ความต้องการทองคำจากธนาคารกลาง

ธนาคารกลางหลายประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ เช่น จีน รัสเซีย อินเดีย ยังคงสะสมทองคำเข้าทุนสำรองอย่างต่อเนื่อง เพื่อกระจายความเสี่ยงจากการถือครองเงินดอลลาร์สหรัฐและลดผลกระทบจากมาตรการคว่ำบาตร

ความกังวลเศรษฐกิจโลก

แม้เศรษฐกิจสหรัฐฯ จะยังเติบโต แต่ก็มีสัญญาณชะลอตัวในบางภาคส่วน รวมถึงอัตราเงินเฟ้อยังคงสูงกว่าเป้าหมายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจถดถอย

นโยบายภาษีของสหรัฐฯ

มีรายงานข่าวว่าอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศเพิ่มมาตรการภาษีนำเข้า 30% จากสหภาพยุโรปและเม็กซิโก ซึ่งมาตรการนี้ได้สร้างความกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้าและมีส่วนผลักดันให้นักลงทุนหันเข้าหาสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำมากขึ้น

ค่าเงินบาทอ่อนค่าลง

ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่หนุนให้ราคาทองคำในประเทศปรับตัวสูงขึ้น

แนวโน้มและความเคลื่อนไหวของทองคำ

อีกทั้งยังมีปัจจัยสำคัญที่นักเศรษฐศาสตร์ได้คาดการณ์ไว้ว่าปัจจัยเหล่านี้จะส่งผลต่อราคาทองคำในปัจจุบันและอนาคต คือ

นโยบายการเงินของธนาคารกลาง

หากธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีแนวโน้มปรับลดอัตราดอกเบี้ย จะส่งผลให้ต้นทุนการถือครองทองคำลดลง ทำให้ทองคำน่าสนใจมากขึ้นและมีแนวโน้มราคาเพิ่มขึ้น แต่ถ้าหาก Fed ขึ้นดอกเบี้ย ราคาทองคำจะถูกกดลง

และการที่ธนาคารกลางอัดฉีดสภาพคล่องเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ อาจนำไปสู่ภาวะเงินเฟ้อ ซึ่งทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อได้ดี

ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ

ทองคำและดอลลาร์มักมีความสัมพันธ์ผกผันกัน เมื่อดอลลาร์อ่อนค่าลง ทองคำจะแพงขึ้นในสกุลเงินอื่นๆ และเมื่อดอลลาร์แข็งค่าขึ้น ทองคำจะราคาถูกลง

ภาวะเศรษฐกิจโลกและความไม่แน่นอน

ในช่วงที่เศรษฐกิจชะลอตัว เกิดภาวะเงินเฟ้อสูง เกิดวิกฤตการณ์ทางการเงินหรือความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ (เช่น สงครามรัสเซีย-ยูเครน, ความตึงเครียดทางการค้า) นักลงทุนมักหันมาลงทุนในทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven Asset) ทำให้ราคาทองคำมีแนวโน้มสูงขึ้นเพราะมีคนต้องการมากขึ้น

อุปสงค์และอุปทาน

อุปสงค์ที่มาจากความต้องการทองคำของธนาคารกลาง การลงทุนในกองทุน ETF ทองคำ ความต้องการเครื่องประดับและความต้องการในภาคอุตสาหกรรม (เช่น อิเล็กทรอนิกส์, การแพทย์) ล้วนส่งผลต่อราคา และอุปทานจากปริมาณการผลิตทองคำจากเหมืองทั่วโลก หรือการนำทองคำเก่ากลับมาใช้ใหม่

ราคาน้ำมัน

ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นอาจนำไปสู่ภาวะเงินเฟ้อที่สูงขึ้น ซึ่งหนุนให้ราคาทองคำปรับตัวตาม

สรุปได้ว่าปัจจุบันราคาทองคำยังคงอยู่ในระดับสูงและได้รับแรงหนุนจากปัจจัยต่างๆ เช่น ความกังวลด้านเศรษฐกิจโลก การดำเนินนโยบายของธนาคารกลาง และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ การที่อดีตประธานาธิบดีโดนัล ทรัมป์กลับมามีบทบาทและมีนโยบายที่อาจส่งผลต่อสงครามการค้า ก็ได้เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ทองคำได้รับความสนใจในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ดังนั้นนักลงทุนควรติดตามปัจจัยเหล่านี้อย่างใกล้ชิด เนื่องจากราคาทองคำยังคงมีความผันผวนสูง การลงทุนในทองคำจึงควรพิจารณาให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์และระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้

免責事項:本記事で述べられている見解は著者の見解のみであり、Followmeの公式見解を反映するものではありません。Followmeは、提供された情報の正確性、完全性、信頼性について一切責任を負いません。また、書面で明示的に記載されている場合を除き、本記事の内容に基づいて行われたいかなる行動についても責任を負いません。

この記事が気に入ったら、著者にチップを送って感謝の気持ちを表しましょう。
応答 0

古いコメントはありません。ソファをつかむ最初のものになりましょう。

  • tradingContest